การแปรรูปไม้ที่ตัดหรือโค่นจากไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวสกฎหมายที่ดิน
ไม่ว่าจะแปรรูปไม้เพื่อใช้สอยสร้างบ้านเรือน หรือเพื่อขาย ไม่ต้องขออนุญตจากกรมป่าไ้ม ตาม พร.บ.ป่าไม้ฯ
เนื่องจากไม้ไม่เป็นมหวงห้ามตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ จึงได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย (ตามมาตรา ๕๐ (๔)
ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ ควบคุมการทำไม้ (ตัด/โค่น) เฉพาะไม้หวงห้ามเท่านั้น ส่วนการทำไม้ที่
ไม่ใช่ไม้หวงห้ามไม่ควบคุม การตัดหรือโค่นไม้จึงไม่ต้องขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้ที่ ดังนั้น เมื่อไม้ที่ขึ้นใน
ที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลฎหมายที่ตินทุกชนิดไม่เป็นไม้หวงห้าม การตัดหรือโค่นไม้ใน
ที่ดินดังกล่าว จึงไม่ต้องขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ (ตามมาตรา ๑๑)
ไม้ในที่ดินดังกล่าว เฉพาะไม้ที่ปลูกขึ้นเท่านั้นให้ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม
ปัจจุบันไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ไร้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ยังเป็นไม้หวงห้ามอยู่ต้องขออนุญาตตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จนกว่ารัฐมนตรีประกาศตามมาตรา 7 จึงจะไม่เป็นไม้หวงห้าม
ไม้ที่ขึ้นอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้ามหมายความว่าอย่างไร
คือ ไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติและไม้ที่ปลูกขึ้น ที่มีอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองไม่เป็นไม้หวงห้ามทั้งสิ้น
การเป็นไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯ นั้น ต้องเป็นไม้ที่ขึ้นในป่าและต้องมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ไม้ชนิดนั้นเป็นไม้หวงห้าม ดังนั้น ที่ดินที่มีหลักฐานเป็นกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไม่ใช่ป่า ตามพระราชบัญญัติฯ มาตรา 4(1) ต้นไม้ทุกชนิดที่ขึ้นในที่ดินดังกล่าว(ทั้งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือปลูกขึ้น) เช่น ไม้สัก ยาง พระยูง ประดู่ จึงไม่เป็นไม้หวงห้ามตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ฯ แต่อย่างใด
ที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้แก่
1. ดินที่มีหนังสือรับรองสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ ที่หน่วยงานราชการออกให้ตามกฎหมาย เช่น กฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ หรือ กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นต้น และรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ประกาศกำหนดที่ดินนั้นๆ เป็นประเภทหนังสือแสดงสิทธิตามมาตรา 7 ซึ่งกรมป่าไม้จะนำเสนอรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนประกาศกำหนดต่อไป
*หมายเหตุ*ไม้ที่ปลูกขึ้น ในที่ดินดังกล่าวข้างต้น ยังเป็นไม้หวงห้ามอยู่ต้องขออนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จนกว่ารัฐมนตรีออกประกาศกำหนดตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิและให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก่อน (ตามมาตรา 7 ) จึงจะถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม การตัดหรือโค่นไม้ไม่ต้องขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ
ที่ดินที่มีเอกสารสิทะฺตามประมวลกฎหมายที่ดิน มีจำนวน 9 กลุ่ม 22 แบบ
1.โฉนดที่ดิน จำนวน 6 แบบ (น.ส.4, น.ส.4 ก. ,น.ส.4ข.,น.ส.4 ค., น.ส.4 ง.ม และ น.ส.4 จ.)
2.โฉดนแผนที่ โฉนดตราจอง แบะตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้ว
3. หนังสือรับรองการทำประโยชน์ จำนวน 4 แบบ (น.ส.3 ,น.ส.3ก., น.ส.3,ข และแบบหมายเลข )
4. ใบจอง จำนวน 2 แบบ (น.ส.2 และ น.ส.2ก.)
5.ใบเหียบย่ำ ตราจอง
6.แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) *ต้องไปร้องขอต่อศาลให้ศาลสั่งรับรองหรือออกโฉนดให้โดยจะต้องไปยื่นเรื่องกับกรมที่ดินก่อน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน*
7. บัญชีรับแจ้งครอบครองที่ดิน (ส.ค. 2) * ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน แต่เป็นหลักฐานว่าบุคคลนั้นประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินนั้น โดยต้องไปร้องของต่อศาลให้ศาลสั่งรับรองหรือออกโฉนดให้และจะต้องไปยื่นเรื่องกับกรมที่ดินก่อนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน*
8. ใบแจ้งความประสงค์จะได้สิทธฺในที่ดิน (ส.ค. 3) *ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน แต่หากประสงค์จะได้รับสิทธิในที่ดิน จะต้องไปร้องขอต่อศาลให้ศาลสั่งรับรองหรือออกโฉนดให้ โดยไปยื่นเรื่องกับกรมที่ดินก่อน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน*
สาระสำคัญของมาตรา 7 คือ กำหนดให้ไม้ทุกชนิดในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้าม หรือ ไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ให้ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม
1.1 ไม้ทุกชนิดในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้าม
ไม้ที่ปลูกขึ้น ในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ให้ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม
1.2 เจ้าของไม้ตามข้อ 1.1 จะแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อออกหนังสือรับรองก็ได้ (มาตรา 18/1)
1.3 เจ้าของไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ มีความประสงค์จะค้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้ยื่นคำขอออกหนังสือรับรองและเสียค่าใช้จ่ายตามที่กรมป่าไม้กำหนด (มาตรา 18/2)
1.4 การออกหนังสือรับรองตาม ข้อ 1.2 และ1.3 กรมป่าไม้จะกำหนดให้สถาบันหรือองค์กรอื่นดำเนินการแทนก็ได้ (มาตรา 18/3)
1.5 ไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยุงแกลบ ไม้กระพื้น ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ซิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย เฉพาะที่ขึ้นในป่า ยังคงเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และจะมีการกำหนดในพระราชกฤษฎีกาต่อไป